Thaiticketmajor.com : Your Ticket to Great Entertainment :
Thaiticketmajor.com
'' ลงทะเบียน ''
00You are here : HomeConcert > Bangkok Jazz Festival 2004
 

00
THE JAZZ CONCERT :
Bangkok Jazz Festival 2004
- - - " Bangkok Jazz Festival 2004 " - - - / 18th - 19th December 2004 / Sanam Sue Pa, Sri Ayudhaya rd. + + +

Bangkok Jazz Festival 2004

รายชื่อศิลปินต่างชาติ :
           1. THE CRUSADERS *** 4 th Highlight
           2. AL JARREAU *** 1 st Highlight
           3. DAVID SANBORN *** 2 nd Highlight
           4. SADAO WATANABE *** 3 rd Highlight
           5. JAMES TAYLOR QUARTET *** 5 th Highlight
           6. MINDI ABAIR
           7. MINASWING
           8. URB

รายชื่อศิลปินไทย :
           1. CU. BAND
           2. MAHIDOL JAZZ ENSEMBLE
           3. THAI BAND ได้แก่

•  เศกพล อุ่นสำราญ ( KOH SAXMAN)
พร้อมศิลปินรับเชิญ :
           เจนนิเฟอร์ คิ้ม - Singer
           บรรณ บราซิล - PIANO and Singer
           จีรศักดิ์ ปานพุ่ม - GUITAR
           ตฤณ พันธุมโกมล - PIANO
           นักดนตรีในวง :
           จักรวาล เสาธงยุติธรรม - PIANO
           สุทธิพงศ์ ปานคง - กลอง
           คำรณ แสงนัยนา - BASS
           ระพิพัฒน์ วิงประวัติ - GUITAR

•  วง INFINITY โดย
           ศรายุทธ สุปัญโญ - KEYBOARD
           ชุมพล สุปัญโญ - กลอง
           วรรณยศ มิตรานนท์ - BASS
พร้อมศิลปินรับเชิญ :
           ยงยุทธ์ มีแสง - ทรัมเป็ต
           มานพ วโรนิธิภาส - Saxophone ( MANOP G)

ตารางการแสดง

วันเสาร์ที่ 18 ธันวาคม 2547
  C.U. Band
  Thai Band : KOH SAXMAN
  Mina Swing
  James Taylor Quartet
  David Sanborn
  Al Jarreau
วันอาทิตย์ที่ 19 ธันวาคม 2547
  Mahidol
  Thai Band : INFINITY BAND
  URB
  Sadao Watanabe
  Mindi Abair
  The Crusaders

** หมายเหตุ : ตารางการแสดงอาจมีการเปลี่ยนแปลง **


 
รายละเอียดศิลปินที่เข้าร่วมงาน :

THE CRUSADERS

สุดยอดวงดนตรีของวงการเพลงแจ๊ส ยืนหยัดมากว่า 5 ทศวรรษ สมาชิกดั้งเดิมของวงคือ Joe Sample และ Wilton Felder จะเป็นแกนนำของ The Crusdaders ที่มาในงาน Bangkok Jazz Festival 2004 เป็นที่รู้กันว่า ทีมนักดนตรีของวงนี้จะเป็นผลิตผลที่ดีประดับวงการเสมอ นับจากมือกีตาร์อย่าง Larry Carlton มาถึงคราวนี้เป็นหน้าที่ของ Ray Parker Jr. ซึ่งเป็นนักดนตรีระดับที่มีผลงานเดี่ยวของตัวเองมาแล้ว ทั้งเล่นกีตาร์ และร้องนำ
ดนตรีแนว Contemporary Jazz ที่เข้ามาบ้านเราและเป็นที่นิยมของผู้ฟังเริ่มต้นที่กลางทศวรรษ 70 The Crusaders จะอยู่กลุ่มหน้าร่วมกับ George Benson, Grover Washington Jr., Chuck Mangione อยู่ถึงทุกวันนี้ ผลงานอย่าง Street Life, Rhapsody and Blues, Standing Tall จนถึงล่าสุด Rural Renewal ยังได้รับการตอบรับจากแฟนเพลงชาวไทยเสมอมา สมาชิกคนสำคัญๆต่างก็มีผลงานเดี่ยวของตัวเอง และจากที่ Joe Sample มีโอกาสมาแสดงในงาน Thailand Jazz Festival 2003 เมื่อที่ผ่านมาซึ่งบรรยากาศสร้างความประทับใจแก่เขามาก จึงเป็นการจุดประกายให้ The Crusaders ทีมใหญ่ตัดสินใจเดินทางมาแสดงในงาน Bangkok Jazz Festival 2004 เป็นวงแรกที่ตอบรับมา
 
AL JARREAU

Grammy Award 5 รางวัลจาก 3 สาขา (jazz, pop และ R&B) คงพออธิบายถึงความสามารถ และคุณภาพของนักร้องชายคนนี้ Al Jarreau ได้เป็นอย่างดี และนี่จะเป็นครั้งแรกที่เขาจะมาแสดงในเมืองไทย หลังจากที่แฟนเพลงรอคอยมาตั้งแต่ปี 1983 ที่ผลงานเพลง We're in This Love Together และอัลบั้ม Breakin' Away มาขโมยหัวใจของแฟนเพลงชาวไทยไป การแสดงครั้งนี้ Al ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ทีมงานดนตรี 8คนบนเวที และอีก 3 คนที่ดูแลฝ่ายโปรดักชั่นคงบอกเราได้ถึงความตั้งใจจริง Chris Walker ผู้เล่นเบส และมิวสิคไดเร็คเตอร์ของโชว์ เคยมีผลงานส่วนตัวที่เข้าอันดับสูงของ Billboard มาแล้ว อีกคนที่ต้องพูดถึงคือ มือคีย์บอร์ด Larry Williams อดีตสมาชิกวง SeaWind จะมีผลงานกับศิลปินชั้นนำมากมาย Al Jarreau เพิ่งมีผลงานใหม่แนว standard ที่ชื่อ Accentuate The Positive ออกมาไม่นานมานี้ ทำให้เราเห็นเขานำเสนอเพลงแจ๊สทุกแนวในงาน
 
DAVID SANBORN

ไม่มีใครคิดว่า มือแซคโซโฟนหนุ่มที่อยู่บนเวทีมหกรรมดนตรี WoodStock ช่วงปลายทศวรรษที่ 60 กับวงดนตรีเพื่อนรักที่ชื่อ Paul Butterfield Band จะกลายมาเป็น David Sanborn มือแซคโซโฟนแนว Contemporary Jazz ที่เก่งที่สุดคนหนึ่งเท่าที่เคยมีมา อาจจะเพราะประสบการณ์ที่สั่งสมมาแต่วัยไม่ถึง 17 ปีดีที่หนุ่มน้อยจากเมืองแทมป้าเบย์ มีโอกาสเล่นดนตรีกับบรมครู Gil Evans และเมื่อเดินลงจากเวที Wood Stock เขาก็กลายเป็นมือแซคโซโฟนที่ร้อนแรงที่สุดแห่งยุค เป็นที่ต้องการที่สุดของการอัดเสียงในทศวรรษที่ 70 ไม่ว่าจะเป็นผลงานของ Stevie Wonder, David Bowie จนถึง The Eagles แต่เมื่อมาทำงานของตัวเองแนวดนตรีของ Sanborn กลับพลิกผันมาสู่แนว Contemporary Jazz เต็มตัว ได้รับความนิยมสูงสุดจนมีรายการโทรทัศน์ของตัวเองที่ชื่อ Night Music ร่วม 10 ปีติดต่อกัน เขากลายเป็นต้นแบบให้นักดนตรีรุ่นน้องมากมาย ความสามารถที่เด่นชัดคือเล่นแซคโซโฟนได้ทุกสำเนียง เป็นครั้งที่สี่แล้วที่มาแสดงในบ้านเรา นักดนตรีที่ร่วมมาด้วยที่น่าสนใจคือ โปรดิวเซอร์คู่ใจของหลายศิลปินคือ Ricky Peterson มือเบส/นักแต่งเพลง/นักร้อง และมือเพอคัสชั่นระดับโลก Don Alias รางวัลเกียรติยศแห่งการทำงานได้แก่ Grammy Award 3 ครั้งรวมถึงอัลบั้ม Double Vision ที่รับร่วมกับ Bob James ช่วงสำคัญที่สุดแห่งชีวิตคือ การที่ Sanborn เลือกระหว่างการยึดอาชีพแบคอัพ กับการเป็นศิลปินเดี่ยว ซึ่งโชคดีมากที่เลือกอย่างหลัง

SADAO WATANABE

หากจะพูดถึงนักดนตรีผิวเหลืองคนหนึ่งที่ ฝรั่งมังค่าการยอมรับถึงความสามารถด้านดนตรีแจ๊ส ต้องหมายถึง Sadao Watanabe คนนี้ เพราะผลงานของเขาสามารถนำไปเปรียบเทียบกับ David Sanborn และ Grover Washington Jr. ได้ ฝึกเล่นคลาริเน็ตใน โรงเรียนมัธยม และบินไปสานฝันของตัวเองกับการเข้าศึกษาใน Berklee 3 ปีในช่วงต้น 60 ทำให้มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์ดนตรีกับ Chico Hamilton, Gabor Szabo และ Gary McFarland จากนั้นนำประสบการณ์เหล่านั้นกลับไปทำงานในบ้านเกิด กลายเป็นแรงดลใจให้นักดนตรีรุ่นหนุ่มของญี่ปุ่นจนถึงวันนี้ ขึ้นล่องระหว่าง โตเกียวลอสแองเจลิส ออกผลงาน
ตลอด 20 ปีเต็ม ผลงานที่สร้างความนิยมมากๆ จากแฟนเพลงทั่วโลกทั้งที่ไม่ใช่แฟนเพลง แจ๊สคือ อัลบั้มชุด Front Seat ที่มีเพลง Any Other Fool ร้องโดย Patti Austin ติดอันดับ Adult Contemporary ของ Billboard กว่า 30 สัปดาห์ แต่บ้านเรากลับชอบเพลง When We Make A Home มากกว่า ได้รับกียรติเป็น ประชาชนกิตติมศักดิ์ของเมืองลอสแองเจลิส Sadao ไม่เคยหยุดนิ่งตลอดชีวิตการทำงาน เดินทางไปทำงานกับศิลปินต่างเชื้อชาติ เพื่อสร้างผลงานแปลกใหม่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นบราซิลหรืออัฟริกา แม้ว่าวันนี้ในวัย 71 ปี Sadao ยังดูแข็งแรงโดยเฉพาะ การทำงานด้านดนตรี และเมืองไทยก็เปรียบเหมือนบ้านอีกหลังหนึ่งของเขา
 

TICKET INFORMATION
สถานที่แสดง
ที่ตั้งสถานที่ บริเวณพระบรมรูปทรงม้า ตรงข้ามสวนอัมพร
วันแสดง 1. วันเสาร์ที่ 18 ธันวาคม 2547
2. วันอาทิตย์ที่ 19 ธันวาคม 2547
แสดงเวลา 16.00 – 24.45 น.
จำหน่ายบัตร
ทางเว็บไซต์  Thaiticketmaster.com
ตั้งแต่ เสาร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2547 ถึง
วันศุกร์ที่ 17 ธันวาคม 2547
  ทางจุดจำหน่าย Thaiticketmaster.com
ตั้งแต่ เสาร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2547 ถึง
วันอาทิตย์ที่ 19 ธันวาคม 2547
  ทาง TTM Call Center 0 2262 3456
ตั้งแต่ เสาร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2547 ถึง
วันศุกร์ที่ 17 ธันวาคม 2547
  ทางจุดจำหน่าย ณ สนามเสือป่า
วันเสาร์ที่ 18 ธันวาคม 2547 ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป และวันอาทิตย์ที่ 19 ธันวาคม 2547 ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป
บัตรราคา

1,200 บาท *
2,000 บาท
*

ผังที่นั่ง Click Here
หมายเหตุ : * บัตรประจำวันพร้อมเบียร์ Heineken 1 กระป๋อง
* บัตรชุด 2 วันพร้อมเบียร์ Heineken วันละ 1 กระป๋อง
- รับได้ที่หน้างาน

ติดตามตารางรายการแสดง
THAITICKETMASTER.COM CALL CENTER
โทรศัพท์ 0 2262 3456
โทรสาร 0 2262 3898
อีเมล์ contact_us@thaiticketmaster.com
* หมายเหตุ : สมาชิก Thaiticketmaster.com
กรุณา อัพเดทข้อมูล ของท่าน เพื่อความสะดวกในการรับบริการ

(ต่อ ...)

JAMES TAYLOR QUARTET

เสน่ห์อย่างหนึ่งของ Bangkok Jazz Festival การที่มีศิลปินจากนานาประเทศมาร่วม มหกรรมจากเกาะอังกฤษเมื่อปีที่แล้วคือ Shakatak สำหรับปีนี้ได้แก่ ศิลปินแนว Acid Jazz ซึ่งไม่ค่อยมีโอกาสหลุดรอดเข้าแสดงในบ้านเรานัก ในนามของวง James Taylor Quartet ซึ่งถูกขนานนามเป็น Guru of the Hammond ฉายานี้ได้มาเนื่องจาก James Taylor มีความสามารถเล่นคีย์บอร์ด Hammond เก่งที่สุดคนหนึ่งในโลก คำถามแรกที่ถูกส่งเข้ามาระหว่างการติดต่อคือมีคีย์บอร์ด Hammond รุ่นดั้งเดิมในเมืองไทยหรือเปล่า เพราะปัจจุบันเหลือไม่กี่ร้อยตัวทั่วโลก ซึ่งโชคดีมากที่ทีมงานสามารถจัดหามาได้ถึง 3 ตัว สร้างความประหลาดใจแก่ James เป็นอย่างมาก ก่อนถึงดนตรีแนว Chilled Out เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา แนวดนตรี Acid Jazz เป็นทางออกอีกหนึ่งหลังจาก แนวดนตรีแจ๊สเริ่มแคบลงในช่วงปลายทศวรรษ 80 และด้วยเพลง Blow Up ของ James Taylor Quartet ในขณะนั้นสร้างปรากฏการณ์ทั่วยุโรป และเป็นจุดเริ่มต้นอย่างจริงจังของ Acid Jazz ยุคใหม่ และด้วยลีลาการเล่นคีย์บอร์ด Hammond ที่หวือหวาของ James บนเวทีการแสดงสดทุกครั้ง ยิ่งทำให้โชว์ของ James Taylor Quartet เป็นที่กล่าวขานของผู้ชม

MINDI ABAIR

Bangkok Jazz Festival 2004 มีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่มีโอกาสนำ ศิลปินดาวรุ่งดวงใหม่ของวงการเพลงแจ๊สมาแสดงในปีนี้ โดยเฉพาะความแปลกใหม่ที่เธอเป็น มือแซคโซโฟนหญิงซึ่งไม่ค่อยจะมีในโลกนี้ ที่ผ่านมาก็มี Candy Dulfer เท่านั้นที่ประกาศตัวออกมาชัดเจน แต่ความสำเร็จของ Mindi Abair ในขวบปีที่ผ่านมากลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นแฟนเพลงหรือสื่อมวลชนและอุตสาหกรรมดนตรี ยังคุยกันไม่เลิกว่า เธอ Mindi คนนี้เป็นของจริงหรือเปล่า
อัลบั้มชุด It Just Happen That Way ซึ่งเป็นผลงานลำดับที่ 2 ในชีวิตของเธอ แต่เป็นชุดแรกที่ออกอย่างเป็นทางการโดย GRP สามารถขึ้นไปครองอันดับหนึ่งของ Jazz Chart หลายสถาบัน และต่อมากลายเป็นอัลบั้มที่ยอดขายสูงสุดของค่าย GRP เมื่อปีที่แล้วโดยไม่ใครคาดคิดแม้กระทั่ง ฝ่ายบริหารของ GRP เมื่อมาดูพื้นเพของ Mindi ก็จะเข้าใจว่าความสำเร็จของเธอไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เธอมาจากครอบครัวนักดนตรีโดยแท้ คุณย่าเป็นนักร้องโอเปร่า ส่วนคุณพ่อเป็นนักดนตรีอาชีพ ฝึกคีย์บอร์ดตั้งแต่อายุ 3 ขวบมาเปลี่ยนเป็นแซคโซโฟนเมื่ออายุได้ 8 ขวบ สมัยเด็กเคยผันอยากจะเป็น The Go Go's แต่เปลี่ยนใจเมื่อได้ฟังเพลงของ Wayne Shorter, David Sanborn และ Miles Davis สมัยที่เรียนที่ Berklee มีเพื่อนสนิทร่วมชั้นชื่อ Matthew Hager ซึ่งต่อมากลายเป็นโปรดิวเซอร์ของ Mandy Moore และ John Taylor แห่งวง Duran Duran เธอเลยมีโอกาสเดินเข้าสู่วงการของนักดนตรีอาชีพ และกลายเป็นส่วนสำคัญของทีมงานการแสดงของ Mandy Moore และที่สำคัญเธอเป็นนายวงให้กับ Backstreet Boys นอกจากความสวยและประสบการณ์การเล่นแซคโซโฟนแล้ว จุดเด่นมากๆของ Mindi คือการเขียนเพลงและแต่งทำนองที่โดนใจ และร้องเพลงได้ดีระดับนักร้องอาชีพ เพลง Save Tonight คงบอกแฟนเพลงแล้วว่ายอดเยี่ยมแค่ไหน อัลบั้มชุดใหม่เพิ่งวางจำหน่ายทั่วโลกเมื่อวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมาคือ Come As You Are ทุกเพลงเป็นฝีมือของเธอทั้งสิ้น และมีเพลงร้องที่น่าฟังอย่าง Every Time และเพลง I Can Remember ดังนั้นการตอบรับของเธอกับ Bangkok Jazz Festival 2004 เป็นความภูมิใจของทีมงาน โดยเฉพาะเมื่อเธอตอบรับคำเชิญทันทีอย่างไม่มีข้อแม้

MINASWING

เป็นความบังเอิญอย่างยิ่งที่ MinaSwing วงดนตรีแนวบราซิลเลี่ยน ได้ปรากฏเป็นส่วนหนึ่งของ Bangkok Jazz Festival ปีนี้ เพราะในเบื้องต้นการติดต่อครั้งนี้เป็นความพยายามที่จะนำเอา Lisa Ono มาร่วมงาน แต่บังเอิญเธอตั้งครรภ์และขอแขวนไมค์ปีครึ่ง แต่สมาชิกนักดนตรีส่วนหนึ่งของเธอ ปักหลักอยู่ที่ โตเกียว จึงฟอร์มทีมขึ้นมาในนามของ MinaSwing เพื่อสร้างผลงานของตัวเองเมื่อโอกาส
การทำงานระหว่างนักดนตรี 3 ชาติบนพื้นฐานของดนตรีแนวบราซิลเลี่ยนจึงเกิดขึ้น 2 บราซิลเลี่ยน 1 อเมริกัน และ 3 ญี่ปุ่นจึงเกิดขึ้นเป็น MinaSwing กับอัลบั้ม Beautiful Horizon รวบรวมเอาบทเพลงแห่งบราซิลเลี่ยนทั้งบอสซ่าและแซมบ้า สมาชิกทั้งหมดเคยมีประสบการณ์กับศิลปินหลายคนอาทิเช่น Torniho Horta, Ana Caram, Astrud Gilberto, Flora Purim, Dori Caymmi, Ivan Linn, Oscar Castro Neves และแน่นอน Lisa Ono ดูจากประวัติการทำงานพอทำให้แฟนเพลงเกิดความกระหาย ที่จะสัมผัสกับพวกเขา MinaSwing ซึ่งเส้นทางของพวกเขาสู่เมืองไทยเหมือนเป็นเรื่องบังเอิญ
 
 
URB

คลื่นลูกใหม่ย่อมแรงกว่าคลื่นลูกเก่าเสมอ URB คือคำตอบของโจทย์ที่ว่า เมื่อก่อนเรารู้จักและตื่นเต้นกับ Casiopea และล่าสุดคือ T-Square มาปีนี้ 6 หนุ่มไฟแรงจากญี่ปุ่นรวมตัวกันจากนักดนตรีห้องอัดเสียง ที่มีอุดมการณ์เดียวกันในนามของ URB อุดมการณ์ของพวกเขาคือการทำผลงานที่ไม่มีการเตรียมสร้างโน้ตมาก่อน ฟังดูเหมือนจะเข้าใจยาก แต่หากเป็นคอเพลงแจ๊สคงประมาณได้ว่าสิ่งที่วง URB พูดถึงคือการเล่นดนตรีแบบ improvised
และแทนที่จะเป็น Contemporary jazz พวกเขากลับนำแนวดนตรี Hip Hop, House และ R&B มาสร้างเป็นแนวเพลงของตัวเอง Sony Music Japan เล็งเห็นถึงจุดยืนของพวกเขาว่าจะไปได้ในอนาคตอันใกล้ จึงจับเซ็นสัญญาเข้าสังกัดพร้อมให้ออก mini-album มา 2 ชุดแล้ว และการมาร่วมงาน Bangkok Jazz Festival จะเป็นการเดินทางไกลครั้งแรกของ URB เพราะได้ยินศิลปินรุ่นน้าร่วมสังกัดอย่าง T-Square เม้าท์ให้ฟังว่าบรรยากาศของงานนี้เป็นอย่างไร 6 หนุ่มผู้มั่นใจในตัวเองจึงไม่รีรอที่จะตอบรับมาทันที

ตารางรายการแสดง
เวลา/ น.
ศิลปิน
เวที
นาที
18 ธันวาคม 2547 :
16:00-16:45
CU Band
1
45
17:00-18:30
James Taylor Quartet
2
75
18:45-19:45
Koh Saxman & all stars
1
60
20:00-21:15
Minaswing
2
90
21:30-23:00
David Sanborn
1
90
23:15-24:45
Al Jarreau
2
90
19 ธันวาคม 2547 :
16:00-16:45
Mahidol Band
1
45
17:00-18:15
URB
2
75
18:30-19:30
Infinity & all stars
1
60
19:45-21:15
Sadao Watanabe
2
90
21:30-23:00
Mindi Albair
1
90
-
The Crusaders
2
90
< - - Subject to changed - - >
 
THAITICKETMAJOR : Your Ticket to Great Entertainment :
 
Central
Visa
Citibank
NOD32
 
 
  Copyright © 2000-2007 THAITICKETMAJOR Back to the topBack to the top000